เรารู้กันดีว่าจังหวัดภูเก็ตตั้งอยู่ในเขตที่เป็นชายฝั่ง ติดทะเล การเลือกรูปแบบโครงสร้างและวัสดุของหลังคา ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะมันส่งผลต่อการออกแบบสถาปัตยกรรมในการสร้างอาคาร บ้านเรือน หลังคาในท้องตลาดที่วางจำหน่ายนั้น มีหลากหลายแบบ ชนิด ซึ่งจะแบ่งตามลักษณะด้านการใช้งาน อาคาร บ้านเรือน ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดภูเก็ตเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้ชายหาด แสงแดดส่อง และมีลมทะเลแบบนี้ ไม่มีทางที่จะเลี่ยงลมและฝนตกได้ แถมยังต้องเผชิญกับไอร้อนในบางฤดู ซึ่งเป็นเสน่ห์ของจังหวัดภูเก็ตอยู่แล้ว ในบทความนี้ Healthy Homes Asia จะขอแนะนำวิธีการเลือกรูปแบบหลังคาให้กับผู้อ่านค่ะ

วิธีเลือกรูปแบบหลังคาในภูเก็ต

การเลือกรูปแบบโครงสร้างของหลังคา จะต้องสามารถระบายน้ำฝน ระบายอากาศ และทนต่อแรงของลมทะเลได้ดีด้วย ก็น่าจะเป็นรูปแบบโครงสร้างหลังคาที่มีลักษณะลาดเอียงและยกตัวขึ้นค่อนข้างสูง ทำให้ความร้อนลอยตัวขึ้นและลมผ่านได้ดี ซึ่งรูปแบบหลังคาทรงจั่วเป็นรูปแบบหลังคาที่ช่วยป้องกันและระบายความร้อนให้กับบ้านได้ดีที่สุด สาเหตุเพราะ มีพื้นที่ใต้หลังคามาก ซึ่งอากาศที่อยู่ใต้ผืนหลังคาทำหน้าที่เป็นเหมือนฉนวนกันความร้อน ช่วยกั้นอากาศร้อนไม่ให้กลับเข้ามาภายในห้อง นอกจากนี้การออกแบบหลังคาให้มีช่องเพี่อระบายความร้อน เช่น ระแนงบานเกล็ด หรือใช้บล็อกช่องลม เป็นตัวช่วยให้อากาศร้อนใต้หลังคาถ่ายเทได้เร็ว หลังคาจั่ว รูปแบบสามัญพบเห็นอยู่ทั่วไป ความลาดเอียงที่ตอบสนองทั้งเรื่องการถ่ายเทน้ำฝน ยื่นชายคาป้องกันแสงแดด ช่องลมทรงสามเหลี่ยมเพื่อระบายความร้อน และ พื้นที่อากาศใต้ผืนหลังคาจะทำหน้าที่เป็นเหมือนฉนวนช่วยกันความร้อนไม่ให้เข้ามาภายในห้องโดยตรง

รีสอร์ทติดทะเล

วัสดุมุงหลังคาควรเลือกแบบไหนดี ?

ส่วนวัสดุมุงหลังคาก็มีส่วนช่วยลดความร้อนให้กับบ้านได้ ส่วนใหญ่มีค่าการสะท้อนความร้อนที่เหมาะสม ช่วยให้ความร้อนจากดวงอาทิตย์ไม่สะสมอยู่ในผิววัสดุ ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับประเภทของวัสดุที่ใช้ทำกระเบื้องหลังคา อย่างกระเบื้องหลังคาเซรามิกผิวมัน ซึ่งมีคุณสมบัติเก็บความร้อนได้น้อย แต่คายความร้อนได้เร็ว ก็ช่วยให้หลังคาบ้านไม่ร้อน ส่วนสีของหลังคาก็มีผลต่อความร้อนเช่นกัน โดยหลังคาสีอ่อนจะเก็บความร้อนน้อยและสะท้อนรังสีความร้อนได้ดีกว่าหลังคาสีเข้ม ในสภาพอากาศร้อนชื้น เรื่องความทนทานและอายุการใช้งานของโครงหลังคานั้น ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา และสภาพอากาศภายนอกที่เหมาะสม อย่างในพื้นที่บางขุนเทียนติดชายทะเล ก็อาจต้องเลือกใช้โครงหลังคาไม้เพื่อป้องกันสนิมกัดกร่อนจากไอน้ำทะเลหากเป็นโครงสร้างเหล็ก ยังไม่นับเรื่องงบประมาณ ความสวยงามจากการออกแบบว่าควรจะใช้โครงหลังคาแบบไหนถึงจะดีกับบ้านของเรา แต่ไม่ว่าจะเลือกใช้วัสดุใดก็ต้องหมั่นตรวจสอบสภาพ ทาน้ำยากันปลวก น้ำมันเคลือบสำหรับหลังคาไม้ และทาเคลือบกันสนิมสำหรับโครงสร้างเหล็ก เป็นการดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นแผ่นหลังคาแบบทึบแสง, โปร่งแสง, และกรองแสง ได้แก่ แผ่นเมทัลชีท, แผ่น APVC, แผ่นอะคริลิค, แผ่นโพลีคาร์บอเนตแบบตันผิวเรียบ/ผิวส้ม, แบบลูกฟูก, แบบลอน, แผ่นกรองแสง ShinkoLite SCG

ตัวอย่างวัสดุมุงหลังคากันความร้อน

ความสำคัญของการเลือกหลังคาให้เหมาะสม

อย่างไรก็ตาม การออกแบบโครงสร้าง หรือเลือกวัสดุหลังคาที่เหมาะสมนั้นสำคัญ เพราะหลังคาเป็นส่วนประกอบหนึ่งของอาคารที่มีความสำคัญมาก ทั้งในเรื่องของการป้องกันความร้อน ฝน ลม และความหนาวเย็น เช่น ภูเก็ตจะมีลมแรง ฝนตกชุด หลังคาชิงเกิ้ลรูฟในภูเก็ตจึงเป็นที่นิยม รวมทั้งยังเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างเอกลักษณ์ให้อาคารได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นในปัจจุบันโครงสร้างและวัสดุที่นำมาทำเป็นหลังคามักจะให้ความสำคัญในเรื่องของความคงทนถาวร ทนทานต่อสภาพอากาศภายนอก และเป็นฉนวนกันความร้อน เป็นหนึ่งทางเลือกที่ดี เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานและสภาพอากาศของพื้นที่นั้น ๆ สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ สามารถเพื่อป้องกันสนิมและยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น และมีความปลอดภัยกับคนที่อาศัยอีกด้วย